ความดันสูง กินกาแฟได้ไหม? หรือควรงดเด็ดขาด!

ความดันสูง ดื่มกาแฟได้ไหม

สำหรับผู้ที่มีภาวะความดันโลหิตสูง มักจะตั้งคำถามว่า ดื่มกาแฟได้ไหม? เพราะกาแฟคือเครื่องดื่มยอดฮิตที่หลายคนดื่มทุกเช้าเพื่อความกระปรี้กระเปร่า แต่ในขณะเดียวกันก็มีข้อกังวลว่า คาเฟอีนอาจจะไปกระตุ้นให้ความดันพุ่งสูงขึ้น จนอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ บทความนี้ SAMH จะพาไปหาคำตอบ พร้อมคำแนะนำดี ๆ สำหรับผู้ป่วยความดันสูงที่ยังอยากมีความสุขกับการดื่มกาแฟกัน   

ความดันโลหิตสูง คืออะไร

ความดันสูง ดื่มกาแฟได้ไหม

ความดันโลหิตสูง (Hypertension) คือภาวะที่แรงดันของเลือดภายในหลอดเลือดแดงสูงกว่าค่าปกติอย่างเรื้อรัง โดยปกติแล้วหัวใจจะทำหน้าที่สูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายผ่านหลอดเลือด หากค่าความดันสูงอย่างต่อเนื่อง จะทำให้ผนังหลอดเลือดและหัวใจทำงานหนักขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพร้ายแรงอื่น ๆ ตามมาได้ เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมองและโรคไตวายเรื้อรัง 

โดยทั่วไป ค่าความดันโลหิตที่ถือว่าปกติจะอยู่ที่ประมาณ 120/80 มิลลิเมตรปรอท หากคุณวัดความดันได้สูงกว่า 140/90 มิลลิเมตรปรอทติดต่อกันหลายครั้ง อาจเป็นสัญญาณว่าคุณกำลังเข้าสู่ภาวะความดันโลหิตสูง และควรมีเครื่องวัดความดันติดบ้านไว้เพื่อหมั่นตรวจเช็กอาการอย่างสม่ำเสมอ  

กาแฟมีผลอย่างไรต่อความดันโลหิต 

ในกาแฟมีสารสำคัญที่ชื่อว่า “คาเฟอีน” ซึ่งมีฤทธิ์กระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้ร่างกายรู้สึกตื่นตัวและกระปรี้กระเปร่า ผลกระทบโดยตรงของคาเฟอีนต่อความดันโลหิต คือสามารถทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้นได้ชั่วคราวหลังจากการดื่มประมาณ 30 นาที ถึง 1 ชั่วโมง เนื่องจากคาเฟอีนจะไปกระตุ้นให้หลอดเลือดหดตัวและหัวใจเต้นเร็วขึ้นเล็กน้อย 

อย่างไรก็ตาม ผลกระทบนี้มักเกิดขึ้นเพียงชั่วคราวและจะกลับสู่ภาวะปกติในไม่กี่ชั่วโมง สำหรับผู้ที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ ร่างกายอาจเกิดความเคยชิน ทำให้ผลกระทบต่อความดันโลหิตลดน้อยลงกว่าผู้ที่ไม่ค่อยได้ดื่มได้   

ผู้ป่วยโรคความดันสูง กินกาแฟได้ไหม 

ข่าวดีสำหรับคอกาแฟ คือผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงส่วนใหญ่ ยังสามารถดื่มกาแฟได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขและในปริมาณที่เหมาะสม งานวิจัยหลายชิ้นชี้ว่า การดื่มกาแฟในปริมาณที่พอเหมาะไม่ได้เพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคความดันโลหิตสูงในระยะยาว และสำหรับผู้ที่เป็นโรคนี้อยู่แล้ว หากสามารถควบคุมความดันให้อยู่ในเกณฑ์ดีได้ ก็ไม่จำเป็นต้องงดกาแฟโดยเด็ดขาด 

อย่างไรก็ตาม หากเป็นผู้ป่วยที่ยังควบคุมความดันโลหิตได้ไม่ดี หรือมีความดันโลหิตสูงมาก ควรปรึกษาแพทย์ก่อน และอาจจำเป็นต้องหลีกเลี่ยงหรือจำกัดการดื่มกาแฟอย่างเคร่งครัด  

หากผู้ป่วยโรคความดันสูงอยากดื่มกาแฟ ควรเลือกดื่มแบบไหนดี?

เพื่อให้การดื่มกาแฟของคุณปลอดภัยและไม่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ ควรใส่ใจในรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ดังนี้  

กาแฟดำ

เลือกกาแฟดำ 

กาแฟดำที่ไม่ปรุงแต่งด้วยน้ำตาล ครีมเทียมหรือนมข้นหวาน เป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เพราะส่วนผสมเหล่านี้เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นและอาจส่งผลต่อระดับไขมันในเลือด ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้นได้  

ดื่มในปริมาณที่เหมาะสม 

แม้จะดื่มได้ แต่ก็ควรจำกัดปริมาณ โดยทั่วไปแนะนำให้บริโภคคาเฟอีนไม่เกิน 300 – 400 มิลลิกรัมต่อวัน ซึ่งเทียบเท่ากับกาแฟดำประมาณ 2 – 3 แก้ว อย่างไรก็ตาม ปริมาณที่เหมาะสมของแต่ละคนอาจไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับการตอบสนองของร่างกาย  

ดื่มในเวลาที่เหมาะสม

หลีกเลี่ยงการดื่มกาแฟทันทีหลังตื่นนอน โดยเฉพาะก่อนรับประทานยาความดัน เนื่องจากความดันโลหิตในช่วงเช้ามักจะสูงอยู่แล้ว การดื่มกาแฟเข้าไปอาจทำให้ความดันพุ่งสูงขึ้นไปอีก ควรรับประทานยาและรอสักพักให้ยาออกฤทธิ์ก่อน แล้วจึงค่อยดื่มกาแฟ  

หลังจากดื่มให้หมั่นสังเกตอาการตัวเอง 

ลองใช้เครื่องวัดความดันตรวจดูค่าความดันโลหิตของตนเองหลังดื่มกาแฟประมาณ 30 นาที ถึง 1 ชั่วโมง เพื่อดูว่าร่างกายมีการตอบสนองอย่างไร หากพบว่าความดันสูงขึ้น อาจจำเป็นต้องลดปริมาณหรือความถี่ในการดื่มลง  

หากดื่มกาแฟแล้วรู้สึกใจสั่น ควรทำอย่างไร?

อาการใจสั่น หัวใจเต้นเร็วหรือเต้นผิดจังหวะหลังดื่มกาแฟ เป็นสัญญาณว่าร่างกายอาจได้รับคาเฟอีนในปริมาณที่มากเกินไป หากเกิดอาการดังกล่าวขึ้น ควรหยุดดื่มกาแฟทันทีและนั่งพัก จากนั้นให้ดื่มน้ำเปล่าตามมากๆ เพื่อช่วยขับคาเฟอีนออกจากร่างกาย หากอาการไม่ดีขึ้นหรือมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น เจ็บหน้าอก หายใจลำบาก ควรรีบไปพบแพทย์ทันที  

ดื่มกาแฟแต่พอดี

สรุปบทความ 

ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงไม่จำเป็นต้องงดดื่มกาแฟโดยเด็ดขาด หากรู้จักเลือกประเภทของกาแฟ ดื่มในปริมาณและเวลาที่เหมาะสม ก็ยังสามารถมีความสุขกับเครื่องดื่มแก้วโปรดได้ สิ่งสำคัญที่สุด คือการหมั่นตรวจวัดความดันโลหิตของตนเองอย่างสม่ำเสมอ เพื่อควบคุมให้อยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัย และควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสมกับสภาวะร่างกายของแต่ละบุคคล เพราะสุขภาพที่ดีเริ่มต้นจากการรู้จักและใส่ใจร่างกายของตัวเอง