สุขภาพหัวใจเป็นเรื่องที่รอไม่ได้ โดยเฉพาะเมื่อเรามีอาการใจสั่นหรือรู้สึกว่าหัวใจเต้นผิดจังหวะ Afibs ภาวะหัวใจสั่นพริ้ว (Atrial Fibrillation ; AF) เป็นภาวะอันตรายที่หลายคนอาจมองข้ามเพราะคิดว่าเป็นเพียงอาการเหนื่อยชั่วคราว แต่ในความเป็นจริง ภาวะนี้คือจุดเริ่มต้นของโรคร้ายแรงอย่างโรคหลอดเลือดสมองและภาวะหัวใจล้มเหลว หากปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง หัวใจของเราจะทำงานหนักเกินไปจนเสื่อมสภาพลงอย่างรวดเร็ว การทำความเข้าใจเกี่ยวกับอาการและปัจจัยเสี่ยงจะช่วยให้เรากลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีและยืนยาวได้อีกครั้ง
ภาวะหัวใจสั่นพริ้ว (AFib) คืออะไร?
Afibs ภาวะหัวใจสั่นพริ้ว คือความผิดปกติของระบบไฟฟ้าหัวใจที่เกิดขึ้นบริเวณหัวใจห้องบน ส่งผลให้หัวใจเต้นเร็วและไม่สม่ำเสมอ แทนที่หัวใจจะบีบตัวเป็นจังหวะตามปกติ กลับกลายเป็นการสั่นระริกหรือพริ้วไหว ทำให้การสูบฉีดเลือดลงสู่หัวใจห้องล่างไม่มีประสิทธิภาพ เลือดจึงตกค้างและอาจจับตัวเป็นลิ่มเลือด ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดอัมพฤกษ์ อัมพาต หรือหัวใจวายในเวลาต่อมา
ประเภทของภาวะหัวใจสั่นพริ้ว (Classification of AFib)
ความรุนแรงและลักษณะการเกิดของ Afibs ภาวะหัวใจสั่นพริ้วสามารถแบ่งออกได้ตามระยะเวลาและพฤติกรรมของอาการที่แสดงออกมา เพื่อให้แพทย์สามารถวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม ดังนี้
Paroxysmal AFib (ภาวะที่เกิดขึ้นชั่วคราวและหายเองได้)
Afibs ภาวะหัวใจสั่นพริ้วประเภทนี้จะมีอาการเกิดขึ้นแบบเฉียบพลันและมักจะหายไปได้เองภายในเวลาไม่เกิน 7 วัน ส่วนใหญ่จะพบว่าอาการดีขึ้นภายใน 24-48 ชั่วโมงแรก โดยไม่ต้องรับการรักษาด้วยไฟฟ้าหรือยาขนานหนัก แต่อาจเกิดขึ้นซ้ำได้บ่อยครั้ง สร้างความรำคาญหรือความกังวลใจให้เราในขณะที่ทำกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน
Persistent AFib (ภาวะที่เกิดขึ้นต่อเนื่องเกิน 7 วัน)
ในระยะนี้ Afibs ภาวะหัวใจสั่นพริ้วจะไม่หายไปเองตามธรรมชาติ แต่อาการจะคงอยู่ต่อเนื่องยาวนานเกินกว่า 1 สัปดาห์ เราจำเป็นต้องได้รับการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ยาควบคุมจังหวะหัวใจหรือการใช้ไฟฟ้ากระตุกเพื่อปรับจังหวะการเต้นของหัวใจ (Cardioversion) เพื่อให้หัวใจกลับมาทำงานในจังหวะที่ปกติอีกครั้ง
Long-standing Persistent AFib (ภาวะที่เป็นต่อเนื่องยาวนานกว่า 1 ปี)
เมื่อเราปล่อยให้ Afibs ภาวะหัวใจสั่นพริ้วดำเนินไปอย่างต่อเนื่องยาวนานเกิน 12 เดือนโดยที่หัวใจยังไม่กลับมาเต้นเป็นปกติ จะถูกจัดอยู่ในกลุ่มนี้ การรักษาจะมีความซับซ้อนมากขึ้นเนื่องจากโครงสร้างหัวใจอาจเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง แพทย์และเราต้องร่วมกันตัดสินใจว่าจะใช้วิธีการจี้ไฟฟ้าหัวใจหรือการรักษาเชิงรุกอื่นๆ เพื่อกู้คืนจังหวะหัวใจให้กลับมาเป็นปกติ
สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงของการเกิด AFib
- อายุที่มากขึ้น ความเสื่อมของระบบไฟฟ้าหัวใจตามวัย โดยเฉพาะในผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป
- โรคความดันโลหิตสูง การปล่อยให้ความดันสูงต่อเนื่องทำให้ผนังหัวใจหนาตัวและไฟฟ้าหัวใจทำงานผิดปกติ
- โรคหลอดเลือดหัวใจและลิ้นหัวใจ ความผิดปกติของโครงสร้างหัวใจส่งผลโดยตรงต่อการนำไฟฟ้า
- ภาวะไทรอยด์เป็นพิษ ฮอร์โมนไทรอยด์ที่สูงเกินไปจะเร่งการทำงานของหัวใจจนเกิดภาวะสั่นพริ้ว
- โรคอ้วนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep Apnea) ส่งผลต่อระดับออกซิเจนในเลือดและสร้างภาระให้หัวใจ
- พฤติกรรมการใช้ชีวิต การดื่มแอลกอฮอล์หนัก การสูบบุหรี่ หรือการได้รับคาเฟอีนในปริมาณที่มากเกินไป
- ความเครียดและการพักผ่อนไม่เพียงพอ เป็นปัจจัยกระตุ้นให้หัวใจเต้นผิดจังหวะได้ง่ายขึ้น
อาการส่งสัญญาณที่ต้องระวัง หัวใจสั่นพริ้วมีอาการอย่างไร?

อาการของ Afibs ภาวะหัวใจสั่นพริ้วในแต่ละคนอาจแสดงออกไม่เหมือนกัน บางรายอาจไม่มีอาการเลยจนกว่าจะตรวจพบโดยบังเอิญ แต่สัญญาณที่พบบ่อยและควรระวังมีดังนี้
- ใจสั่น รู้สึกเหมือนหัวใจรัว เต้นไม่เป็นจังหวะ หรือสะดุด
- เหนื่อยง่าย รู้สึกหมดแรงเร็วกว่าปกติแม้จะทำกิจกรรมเบาๆ หรือออกกำลังกายได้น้อยลง
- หน้ามืด เวียนศีรษะ เลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอเนื่องจากหัวใจสูบฉีดเลือดได้ลดลง
- เจ็บแน่นหน้าอก รู้สึกอึดอัดบริเวณทรวงอกคล้ายมีอะไรมากดทับ
- อ่อนเพลียเรื้อรัง รู้สึกเพลียตลอดเวลาเนื่องจากหัวใจทำงานไม่มีประสิทธิภาพ
อันตรายและภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น
หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที Afibs ภาวะหัวใจสั่นพริ้วสามารถนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงและเปลี่ยนชีวิตของเราไปตลอดกาลได้ ดังนี้
โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke)
ความน่ากลัวของ Afibs ภาวะหัวใจสั่นพริ้วคือการเกิดลิ่มเลือดในหัวใจห้องบน เมื่อหัวใจไม่บีบตัวแรงพอ เลือดจะคั่งและกลายเป็นลิ่มเลือด หากลิ่มเลือดนี้หลุดออกไปตามกระแสเลือดและไปอุดตันในสมอง จะทำให้เกิดอัมพฤกษ์ อัมพาต หรือเสียชีวิตได้ โดยผู้ป่วยกลุ่มนี้มีความเสี่ยงสูงกว่าคนปกติถึง 5 เท่า
ภาวะหัวใจล้มเหลว (Heart Failure)
เมื่อหัวใจเต้นผิดจังหวะและเร็วเกินไปเป็นเวลานาน กล้ามเนื้อหัวใจจะทำงานหนักเกินกำลังจนเริ่มอ่อนแรงและขยายขนาดขึ้น ส่งผลให้หัวใจไม่สามารถสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงร่างกายได้เพียงพอ เราจะมีอาการขาบวม นอนราบไม่ได้ และเหนื่อยหอบอย่างรุนแรง ซึ่งเป็นสัญญาณของภาวะหัวใจล้มเหลวที่อันตรายถึงชีวิต
แนวทางการรักษา AFib ในปัจจุบัน
เป้าหมายสำคัญในการรักษา Afibs ภาวะหัวใจสั่นพริ้วคือการบรรเทาอาการและป้องกันภาวะแทรกซ้อน โดยแพทย์จะพิจารณาเลือกวิธีที่เหมาะสมกับสภาพร่างกายของเรา ดังนี้
การใช้ยา
แพทย์จะสั่งจ่ายยาเพื่อควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจไม่ให้เร็วเกินไป (Rate Control) เช่น ยาในกลุ่ม Beta-blockers หรือยาควบคุมจังหวะหัวใจ (Antiarrhythmic drugs) เพื่อประคับประคองให้หัวใจทำงานได้อย่างสม่ำเสมอ ลดอาการใจสั่นและช่วยให้เราสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติโดยไม่เหนื่อยง่าย
การใช้ยาละลายลิ่มเลือด
เพื่อลดความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมองจาก Afibs ภาวะหัวใจสั่นพริ้วแพทย์มักจะให้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด (Anticoagulants) เช่น Warfarin หรือยากลุ่มใหม่ (NOACs) ซึ่งยาเหล่านี้จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดลิ่มเลือดในหัวใจห้องบน ช่วยลดโอกาสการเกิดอัมพาตได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด
การจี้หัวใจด้วยคลื่นวิทยุ
สำหรับผู้ที่ต้องการรักษา Afibs ภาวะหัวใจสั่นพริ้วให้หายขาดหรือคุมอาการด้วยยาไม่ได้ผล การจี้หัวใจด้วยคลื่นวิทยุความถี่สูง (Radiofrequency Ablation) หรือความเย็นจัด (Cryoablation) เป็นทางเลือกที่ดี แพทย์จะใช้สายสวนเข้าไปทำลายเนื้อเยื่อที่เป็นจุดกำเนิดไฟฟ้าผิดปกติ เพื่อให้หัวใจกลับมาเต้นในจังหวะที่ถูกต้องอีกครั้ง
ตรวจวัดความดันประจำ ช่วยป้องกัน Afibs ภาวะหัวใจสั่นพริ้ว
ภาวะความดันโลหิตสูงที่ปล่อยไว้นานจะทำให้ผนังหัวใจหนาตัวและขยายใหญ่ จนนำไปสู่ภาวะหัวใจสั่นพริ้ว (AFib) ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง การตรวจวัดความดันเป็นประจำจึงสำคัญอย่างยิ่งเพื่อเฝ้าสังเกตความผิดปกติได้ทันท่วงที การเลือกใช้เครื่องวัดความดัน จะช่วยให้เราติดตามอาการได้อย่างใกล้ชิด ยิ่งเลือกใช้เครื่องความดันที่มีเทคโนโลยี AFIB อย่าง Microlife B3 AFIB Advanced ที่มาพร้อมเทคโนโลยี AFIB Sense Advanced เอกสิทธิ์เฉพาะ สามารถตรวจจับสัญญาณหัวใจเต้นผิดปกติได้แม่นยำ 97-100% พร้อมโหมด MAM ที่วัดค่าเฉลี่ย 3 ครั้งเพื่อความแม่นยำสูงสุด ช่วยให้คุณดูแลหัวใจและป้องกันอัมพฤกษ์อัมพาตได้อย่างมั่นใจในทุกวัน
สรุปบทความ
Afibs ภาวะหัวใจสั่นพริ้วเป็นความผิดปกติของไฟฟ้าหัวใจที่ส่งผลเสียต่อการสูบฉีดเลือด หากปล่อยไว้เสี่ยงต่ออัมพาตและหัวใจล้มเหลวถาวร เราควรสังเกตอาการใจสั่นหรือเหนื่อยง่าย และเข้ารับการรักษาอย่างถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นการใช้ยาควบคุมจังหวะ การกินยาละลายลิ่มเลือด หรือการจี้ไฟฟ้าหัวใจ เพื่อหยุดต้นเหตุของโรคและกู้คืนคุณภาพชีวิตให้กลับมาแข็งแรงสมบูรณ์อีกครั้ง
FAQ รวมคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ AFib
ภาวะหัวใจสั่นพริ้ว (AFib) รักษาหายขาดได้ไหม?
Afibs ภาวะหัวใจสั่นพริ้วสามารถรักษาให้หายขาดได้ในบางกรณี โดยเฉพาะหากตรวจพบเร็วและรับการรักษาด้วยวิธีการจี้ไฟฟ้าหัวใจ ซึ่งมีโอกาสสำเร็จสูงถึง 95% แต่สำหรับผู้ที่เป็นเรื้อรังมานาน เป้าหมายอาจเปลี่ยนเป็นการควบคุมอาการไม่ให้รุนแรงและป้องกันภาวะแทรกซ้อนแทน
ถ้ามีอาการใจสั่นบ่อย ๆ แต่ EKG ปกติ ควรทำอย่างไร?
เนื่องจาก Afibs ภาวะหัวใจสั่นพริ้วบางประเภทเกิดขึ้นเพียงชั่วคราว เมื่อไปถึงโรงพยาบาลอาการอาจหายไปแล้ว แพทย์จึงมักแนะนำให้ติดเครื่องบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจ 24 ชั่วโมง เพื่อตรวจจับความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างที่เราใช้ชีวิตตามปกติที่บ้าน
คนที่เป็น AFib สามารถออกกำลังกายได้ปกติหรือไม่?
เราสามารถออกกำลังกายได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ ควรเลือกการออกกำลังกายที่สม่ำเสมอและไม่หนักจนเกินไป เช่น การเดินเร็วหรือว่ายน้ำ และควรหยุดพักทันทีหากรู้สึกมีอาการใจสั่นหรือเหนื่อยผิดปกติ การออกกำลังกายอย่างเหมาะสมจะช่วยให้กล้ามเนื้อหัวใจแข็งแรงและคุมปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ได้ดีขึ้น




