ออฟฟิศซินโดรมคืออะไร มีวิธีป้องกันและรักษายังไงบ้าง

ออฟฟิศซินโดรมคืออะไร มีวิธีป้องกันและรักษายังไงบ้าง

อาการออฟฟิศซินโดรมเป็นอาการยอดฮิตที่มักจะพบบ่อยในกลุ่มพนักงานออฟฟิศ ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่ต้องนั่งทำงานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ในท่าเดิมเป็นเวลานาน ๆ โดยอาการออฟฟิศซินโดรมนี้ไม่ได้เป็นอาการที่มีอันตรายร้ายแรงต่อร่างกาย แต่สามารถสร้างความรำคาญและก่อให้เกิดผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันได้ ดังนั้น เพื่อให้คุณสามารถป้องกันและหลีกเลี่ยงการออฟฟิศซินโดรมได้ ในบทความนี้เราจึงจะพาคุณมาทำความรู้จักกับอาการออฟฟิศซินโดรมให้มากขึ้น พร้อมแนะนำวิธีรักษาและป้องกันแบบครบครัน

ออฟฟิศซินโดรมคืออะไร? มีลักษณะอาการยังไงบ้าง?

ออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome) เป็นกลุ่มอาการเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นกับคนทำงานออฟฟิศ จากการนั่งทำงานในสภาพแวดล้อมและท่าทางที่ไม่เหมาะสมเป็นเวลานาน ส่งผลให้เกิดความผิดปกติของระบบต่าง ๆ ในร่างกาย โดยเฉพาะอวัยวะที่ถูกใช้งานอย่างหนัก เช่น ดวงตา กระดูก เส้นเอ็น กล้ามเนื้อ เป็นต้น โดยสามารถแบ่งลักษณะอาการปวดได้ทั้งหมด 3 ลักษณะ ดังนี้

  • การปวดกล้ามเนื้อเฉพาะส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย เช่น คอ บ่า ไหล่ สะบัก เป็นต้น มักจะมีอาการปวดเป็นบริเวณกว้าง ไม่สามารถระบุตำแหน่งที่ชัดเจนได้ นอกจากนี้ยังอาจมีอาการปวดร้าว ปวดล้า ๆ ในบริเวณใกล้เคียงร่วมด้วย
  • อาการของระบบประสาทอัตโนมัติ เช่น อาการวูบ เหน็บ ซีด ขนลุก เหงื่อออก เย็น ซ่าบริเวณที่ปวด เป็นต้น นอกจากนี้ยังอาจมีอาการมึนงง หูอื้อ ตาพร่าได้อีกด้วย
  • อาการทางระบบประสาทที่ถูกกดทับ เช่น อาการชาบริเวณแขนและมือ อาการอ่อนแรง เป็นต้น

สาเหตุของการเกิดออฟฟิศซินโดรม

อาการออฟฟิศซินโดรมสามารถเกิดขึ้นได้จากหลากหลายสาเหตุ โดยสาเหตุหลัก ๆ มีดังนี้

  • นั่งทำงานท่าเดิมเป็นเวลานาน โดยเฉพาะการนั่งหน้าคอมพิวเตอร์ ก้มหน้า หรือก้มคอ เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดอาการปวดหลัง ปวดคอ และปวดไหล่ เพราะเป็นการซ้ำเติมการทำงานของกล้ามเนื้อและข้อต่อบริเวณนั้น ๆ
  • สภาพแวดล้อมในที่ทำงานที่ไม่ถูกสุขลักษณะ ทั้งเรื่องความสะอาด คุณภาพอากาศ แสงสว่าง เสียงรบกวน รวมถึงอุปกรณ์สำนักงานที่ไม่เหมาะสม เช่น เก้าอี้นั่งทำงานที่ไม่ถูกหลักการยศาสตร์และสรีรศาสตร์ หน้าจอคอมพิวเตอร์ที่สว่างหรือมืดเกินไป ล้วนเป็นปัจจัยที่ส่งเสริมให้เกิดออฟฟิศซินโดรมได้
  • ความเครียด ความกดดัน และความวิตกกังวลจากการทำงาน เป็นอีกหนึ่งสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดออฟฟิศซินโดรม เพราะนอกจากจะส่งผลต่อสุขภาพจิตแล้ว ยังอาจแสดงอาการทางกายออกมาด้วย เช่น นอนไม่หลับ ปวดศีรษะ เบื่ออาหาร เป็นต้น

2. ระดับความรุนแรงของอาการออฟฟิศซินโดรมมีกี่ระดับ_ แล้วเมื่อไหร่ที่ควรไปพบแพทย์

ระดับความรุนแรงของอาการออฟฟิศซินโดรมมีกี่ระดับ? แล้วเมื่อไหร่ที่ควรไปพบแพทย์?

ระดับความรุนแรงของอาการออฟฟิศซินโดรม สามารถแบ่งได้ทั้งหมด 3 ระดับ ได้แก่

  • ระยะเริ่มต้น มักจะมีอาการปวดเมื่อย ตึง ล้าขณะทำงานหรือหลังทำงาน เมื่อได้ยืดเส้นยืดสาย เปลี่ยนอิริยาบถ หรือได้พักอาการจะดีขึ้น ซึ่งถ้าปล่อยไว้โดยไม่รักษาหรือแก้ไขอย่างถูกวิธีก็จะทำให้เกิดอาการแบบเรื้อรังได้
  • ระยะเรื้อรัง มีอาการเหมือนระยะเริ่มต้น แต่เป็นบ่อย เปลี่ยนอิริยาบถแล้วก็ยังไม่ดีขึ้น อีกทั้งอาการปวดยังรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน หรือทำให้ความสามารถในการทำงานลดลง ควรรีบไปพบแพทย์ในทันที เพื่อป้องกันไม่ให้อาการรุนแรงมากขึ้น
  • ระยะรุนแรง มักจะมีอาการปวดแทบตลอดเวลา อีกทั้งยังมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น อาการชา อ่อนแรง กล้ามเนื้อเกร็งตัว ตาพร่ามัว เวียนศีรษะ ไมเกรน คลื่นไส้ เป็นต้น จนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน สำหรับผู้ป่วยที่อยู่ในระยะนี้ ควรพบแพทย์โดยเร็วที่สุด

วิธีป้องกันอาการออฟฟิศซินโดรม

การมองหาวิธีป้องกันไม่ให้เกิดอาการออฟฟิศซินโดรม นับว่าเป็นสิ่งสำคัญสำหรับคนทำงานที่ยังไม่มีอาการออฟฟิศซินโดรม หรือมีอาการไม่รุนแรงนัก โดยวิธีป้องกันมีดังนี้

1. ปรับท่านั่งและอุปกรณ์สำนักงานให้เหมาะสม

ควรจัดท่านั่งทำงานให้ถูกต้องตามหลักการยศาสตร์และสรีรศาสตร์ เช่น หลังตรง ไหล่ผ่อนคลาย แขนแนบลำตัว และมีที่พักเท้า ปรับระดับหน้าจอคอมพิวเตอร์ให้อยู่ในแนวสายตา และเลือกใช้อุปกรณ์สำนักงานที่เหมาะกับสรีระและลักษณะงาน

2. ออกกำลังกายและยืดเส้นยืดสายระหว่างทำงาน

การออกกำลังกายและยืดเส้นยืดสายระหว่างทำงานทุก ๆ 1 ชั่วโมง จะช่วยคลายความตึงเครียดของกล้ามเนื้อ ป้องกันการเกิดอาการปวดเมื่อยต่าง ๆ และยังช่วยให้ร่างกายมีความยืดหยุ่น กระปรี้กระเปร่ามากขึ้นด้วย

 ซึ่งท่ายืดกล้ามเนื้อ บรรเทาอาการปวด แก้ออฟฟิศซินโดรมนั้นมีด้วยกันหลายท่า

ท่าที่ 1 

ประสานมือเข้าด้วยกันแล้ววางที่ท้ายทอย กดศีรษะลงเบา ๆ ให้รู้สึกตึง นับ 1-10 แล้วค่อย ๆ คลายลง

ท่าที่ 2

ยกแขนขวาขึ้น พับศอกลงมาแตะไหล่ซ้ายจากด้านหลัง ยกแขนซ้ายขึ้นจับศอกขวา ดึงแขนขวาแนบใบหู นับ 1-10 แล้วค่อย ๆ คลาย สลับทำอีกข้างเหมือนกัน

ท่าที่ 3

เหยียดแขนขวาไปด้านหน้า กระดกปลายนิ้วขึ้น ใช้มือซ้ายจับปลายนิ้วดัดเข้าหาตัว เมื่อรู้สึกตึง ๆ นับ 1-10 แล้วคลายลง

3. หาวิธีผ่อนคลายความเครียด

การจัดการความเครียดจากการทำงานเป็นสิ่งสำคัญ โดยอาจหาวิธีผ่อนคลายที่เหมาะกับตัวเอง เช่น ฝึกสมาธิ นั่งสมาธิ ปลูกต้นไม้ ฟังเพลง หรือทำกิจกรรมที่ชื่นชอบ เพื่อลดความตึงเครียดทางอารมณ์

4. ประคบร้อน

การประคบร้อนเป็นวิธีบรรเทาอาการปวดจากออฟฟิศซินโดรมที่ได้ผลดี ความร้อนจะช่วยให้หลอดเลือดขยายตัว กระตุ้นการไหลเวียนโลหิตและนำออกซิเจนไปยังกล้ามเนื้อที่ตึงเครียดได้ดีขึ้น จึงช่วยคลายกล้ามเนื้อที่หดเกร็งและลดอาการปวดบริเวณคอ บ่า ไหล่ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การใช้แผ่นประคบร้อนไฟฟ้าถือเป็นทางเลือกที่สะดวกและปลอดภัย อีกทั้งยังสามารถปรับอุณหภูมิให้เหมาะสมและใช้งานได้ง่ายระหว่างวันทำงาน ช่วยฟื้นฟูร่างกายจากความเมื่อยล้าได้ตรงจุด

วิธีรักษาอาการออฟฟิศซินโดรม

ออฟฟิศซินโดรมนั้นเกิดจากพฤติกรรมการทำงานที่สะสมเป็นเวลานาน การรักษาจึงต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างทีมแพทย์และตัวผู้ป่วยเองเป็นสำคัญ เพื่อให้การรักษามีประสิทธิภาพและยั่งยืน โดยแนวทางการรักษาจะแบ่งออกเป็นหลัก ๆ  3 รูปแบบ ได้แก่ การดูแลด้วยหลักเวชศาสตร์ฟื้นฟู การทำกายภาพบำบัดเพื่อลดอาการปวด และที่สำคัญที่สุดคือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้ป่วยเพื่อแก้ไขที่ต้นเหตุ

เวชศาสตร์ฟื้นฟู

การรักษาออฟฟิศซินโดรมด้วยหลักเวชศาสตร์ฟื้นฟูเป็นการดูแลแบบองค์รวม โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะวินิจฉัยโครงสร้างร่างกายที่ผิดปกติและวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย ไม่ได้มุ่งเน้นแค่การลดความเจ็บปวดเฉพาะจุด แต่ยังครอบคลุมถึงการให้คำแนะนำเพื่อฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกายโดยรวม ป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ และส่งเสริมให้ผู้ป่วยกลับไปใช้ชีวิตและทำงานได้อย่างมีคุณภาพในระยะยาว ซึ่งอาจรวมถึงการใช้ยาหรือหัตถการต่าง ๆ ร่วมด้วย

การรักษาทางกายภาพบำบัด

4.การรักษาด้วยคลื่นกระแทก (Shockwave Therapy)

กายภาพบำบัดคือการฟื้นฟูร่างกายโดยใช้วิธีการเฉพาะทางเพื่อรักษาอาการปวดและแก้ปัญหาของระบบกระดูกและกล้ามเนื้อจากออฟฟิศซินโดรมโดยตรง นักกายภาพบำบัดจะใช้เทคนิคต่าง ๆ เช่น การนวดเพื่อคลายกล้ามเนื้อที่ตึงตัว การใช้เครื่องมือทางกายภาพบำบัดเพื่อลดปวดและอักเสบ รวมถึงการออกแบบโปรแกรมออกกำลังกายที่จำเพาะเจาะจง เพื่อเพิ่มความแข็งแรงและความยืดหยุ่นให้กล้ามเนื้อ พร้อมปรับท่าทางให้ถูกต้อง

การปรับพฤติกรรมของตัวผู้ป่วย

เนื่องจากออฟฟิศซินโดรมเกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตแบบผิด ๆ ทำให้เกิดอาการปวดขึ้น การรักษาออฟฟิศซินโดรมที่ดีที่สุดคือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เป็นต้นเหตุของอาการ ผู้ป่วยควรสร้างกิจวัตรใหม่ที่ส่งเสริมสุขภาพที่ดี เช่น การลุกขึ้นมายืดเหยียดกล้ามเนื้อทุก 1-2 ชั่วโมงเพื่อลดการตึงตัวสะสม การปรับสภาพแวดล้อมการทำงานให้เหมาะสมตามหลักการยศาสตร์ ตั้งแต่ระดับโต๊ะ เก้าอี้ ไปจนถึงหน้าจอคอมพิวเตอร์ ควบคู่ไปกับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงและความยืดหยุ่นให้กล้ามเนื้อ ซึ่งจะช่วยป้องกันการบาดเจ็บในระยะยาว

สรุปบทความ

อาการออฟฟิศซินโดรมนับว่าเป็นอาการที่คนทำงานเกือบทุกคนต้องพบเจอ ซึ่งแม้ว่าออฟฟิศซินโดรมจะเป็นอาการที่ไม่ร้ายแรง แต่หากปล่อยไว้โดยไม่รักษาก็จะรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันได้ ดังนั้น ทางที่ดีจึงควรปรับพฤติกรรมการทำงาน ทั้งท่านั่ง การจัดโต๊ะทำงาน การจัดเวลาในการทำงาน และการดูแลสุขภาพให้เหมาะสม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอาการออฟฟิศซินโดรม ถ้าเกิดมีอาการปวดกล้ามเนื้อ ปวดหลัง หรือปวดไหล่ที่เป็นสัญญาณเตือนของอาการนี้ แผ่นประคบร้อนกายภาพบำบัด สามารถช่วยบรรเทาอาการได้ แต่ถ้าหากอาการเริ่มรุนแรงขึ้น ควรพบแพทย์ที่เชี่ยวชาญเพื่อไม่ให้เกิดอาการปวดที่รุนแรงขึ้นไปกว่าเดิม