การมีปรอทวัดไข้ติดบ้านไว้เป็นสิ่งสำคัญ เพราะเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เราประเมินความผิดปกติของร่างกายได้อย่างรวดเร็ว ทำให้สามารถติดตามอาการป่วยเบื้องต้นและดูแลสุขภาพของคนในครอบครัวได้อย่างทันท่วงที การทราบวิธีใช้งานที่ถูกต้องจึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามเพื่อให้ได้ค่าอุณหภูมิที่แม่นยำที่สุด
ปรอทวัดไข้ คืออะไร
ปรอทวัดไข้ เป็นอุปกรณ์วัดไข้ที่ช่วยตรวจดูว่าเด็ก และผู้ใหญ่เป็นไข้จริงหรือไม่ โดยปกติแล้วอุณหภูมิภายในร่างกายของคนเรา 37.5 องศาเซลเซียส หากใช้ปรอทวัดไข้แล้วอุณหภูมิสูงเกิน 37.5 องศาเซลเซียสแสดงว่าเป็นไข้แล้ว โดยทั่วไปแล้วศัพท์ทางการแพทย์เรียกปรอทวัดไข้ว่า คลินิกคอลเทอร์โมมิเตอร์ (Clinical Thermometer) การอ่านค่าที่แม่นยำจากปรอทวัดไข้จึงเป็นข้อมูลสำคัญที่ช่วยในการประเมินอาการป่วยเบื้องต้นและตัดสินใจเข้ารับการรักษาพยาบาลต่อไปได้อย่างเหมาะสม ทำให้เป็นอุปกรณ์จำเป็นสำหรับทุกครัวเรือน
ประเภทของปรอทวัดไข้
ในปัจจุบัน ปรอทวัดไข้ที่ใช้กันทั่วไปมีหลายประเภท ซึ่งแต่ละแบบก็มีวิธีการใช้งานและคุณสมบัติที่แตกต่างกันออกไป ดังนี้
ปรอทวัดไข้แบบแก้ว
ปรอทวัดไข้แบบแก้วเป็นปรอทวัดไข้แบบดั้งเดิม ที่ภายในบรรจุของเหลว ซึ่งอาจเป็นสารปรอทหรือแอลกอฮอล์ผสมสี เมื่อได้รับความร้อน ของเหลวจะขยายตัวไปตามขีดวัดอุณหภูมิ แม้จะขึ้นชื่อเรื่องความแม่นยำสูงและไม่ต้องใช้แบตเตอรี่ แต่ก็มีข้อจำกัดคืออ่านค่าได้ยากกว่า ใช้เวลาวัดนาน และต้องใช้งานอย่างระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากตัววัสดุเป็นแก้วที่สามารถแตกหักและอาจเกิดอันตรายจากสารปรอทได้
ปรอทวัดไข้แบบดิจิตอล
การวัดอุณหภูมิร่างกายสามารถทำได้หลายตำแหน่ง ซึ่งแต่ละส่วนก็ให้ค่าอ้างอิงที่แตกต่างกันเล็กน้อย โดยทั่วไปสามารถวัดได้ทั้งทางปากและทางรักแร้ ซึ่งเป็นวิธีที่สะดวกและนิยมใช้ในเด็กโตและผู้ใหญ่ ส่วนการวัดทางทวารหนักมักให้ค่าที่แม่นยำที่สุดและนิยมใช้ในเด็กทารก สำหรับใครที่มองหาปรอทวัดไข้แบบดิจิตอลปัจจุบันก็มีด้วยกันหลายแบบ หลายรุ่น ที่มีการใช้งานแตกต่างกันออกไป สำหรับตัวอย่างของปรอทวัดไข้แบบดิจิตอลที่มีมาตรฐาน มีดังนี้
- ไมโคร์ไลฟ์ รุ่น MT200
- ไมโคร์ไลฟ์ รุ่น MT500
- ไมโคร์ไลฟ์ รุ่น MT1981
วิธีใช้ปรอทวัดไข้ให้ถูกต้อง
การใช้งานปรอทวัดไข้แต่ละชนิดมีขั้นตอนที่แตกต่างกันเล็กน้อย การปฏิบัติตามวิธีที่ถูกต้องจะช่วยให้ค่าอุณหภูมิที่วัดได้มีความแม่นยำและน่าเชื่อถือ
การใช้ปรอทวัดไข้แบบแก้ว
- ตรวจสอบให้แน่ใจว่าปรอทวัดไข้สะอาดและผ่านการฆ่าเชื้อแล้ว
- จับบริเวณปลายด้ามให้แน่น แล้วสลัดแรง ๆ จนแถบปรอทลงไปอยู่ต่ำกว่าขีด 35 องศาเซลเซียส
- วางปลายกระเปาะไว้ใต้ลิ้น อมและหุบปากให้สนิท ทิ้งไว้ประมาณ 3-5 นาที
- นำปรอทออกจากปากแล้วอ่านค่า โดยถือให้อยู่ในระดับสายตาเพื่อดูตัวเลขได้ชัดเจน
การใช้ปรอทวัดไข้แบบดิจิตอล
- ทำความสะอาดปลายปรอทด้วยแอลกอฮอล์ก่อนใช้งานเสมอ
- กดปุ่มเปิดเครื่อง แล้วนำปลายปรอทวางไว้ในตำแหน่งที่ต้องการวัด เช่น ใต้ลิ้น หรือหนีบไว้ที่รักแร้
- รอจนกว่าจะมีเสียงสัญญาณดังขึ้น ซึ่งหมายความว่าการวัดเสร็จสิ้นแล้ว
- นำปรอทออกมาอ่านค่าอุณหภูมิที่ปรากฏบนหน้าจอดิจิทัล
ข้อควรระวังในการใช้ปรอทวัดไข้
- อย่ากัดปรอทวัดไข้ เพราะจะเป็นอันตรายได้
- ควรวัดไข้หลังจากที่ผู้ป่วยดื่มน้ำร้อน หรือรับประทานอาหารเสร็จแล้ว ประมาณ 15 นาที
- หลังใช้งาน ควรทำความสะอาดปรอททุกครั้ง เพื่อสุขอนามัยที่ดีและป้องกันการแพร่เชื้อ
- ระมัดระวังในการเลือกใช้ปรอทแบบแก้วกับเด็กเล็ก เพื่อป้องกันการแตกหักเสียหาย
การวัดไข้ทางรักแร้นั้น มักใช้กับเด็กเล็ก วิธีวัดไข้คือ
- ใช้ปรอทชนิดเดียวกับปรอทปาก หลังจากทำความสะอาดก็สลัดปรอทลงสู่กระเปราะหรืออุณหภูมิต่ำกว่า 35 องศาเซลเซียส
- เสร็จแล้วก็ซับเหงื่อบริเวณรักแร้ให้แห้ง หลังจากนั้นก็วางปรอทไว้บริเวณรักแร้จับแขนแนบลำตัว วัดนานประมาณ 5-10 นาทีแล้วอ่านผล
- แต่อย่าลืมว่าค่าอุณหภูมิที่วัดได้จะต่ำกว่าการวัดปรอททางปากประมาณ 0.5 องศาเซลเซียสการวัดปรอททางทวารหนักนั้น มักใช้กับเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี เช่น ทารกแรกเกิด วิธีวัดก็คือ
- ควรใช้กับปรอทที่ใช้สำหรับวัดทางทวารหนักเท่านั้นนะ โดยสลัดให้ปรอทลงสู่กระเปราะหรือต่ำกว่า 35 องศาเซลเซียสเหมือน ๆ กับการวัดทางปากและรักแร้
- ควรทาวาสลินบริเวณกระเปราะประมาณ 1-1.5 นิ้ว เพื่อสะดวกในการสอดและลดการระคายเคือง โดยที่ ให้เด็กนอนตะแคง ค่อย ๆ สอดปรอทเข้าทางทวารหนักลึกประมาณ 1-1.5 นิ้ว
- ควรจับปรอทไว้ในลักษณะเช่นนี้จนกระทั่งวัดไข้เรียบร้อยแล้ว โดยวัดนาน 1 นาทีเมื่อนำปรอทออกจากทวารหนัก เช็ดด้วยสำลีแห้งหรือกระดาษชำระแล้วอ่านผลที่วัดได้ การวัดปรอททางทวารหนักนี้ค่าของอุณหภูมิจะสูงกว่าการวัดปรอททางปากประมาณ 0.6 องศาเซลเซียส



