รู้ทันชีวิต…ภัยเงียบที่รู้ล่วงหน้าป้องกันได้

โรคหลอดเหลือดโลหิตสูง, โรคหลอดเลือดสมอง, โรคภาวะหัวใจเฉียบพลัน, อัมพฤกษ์, อัมพาต

โรคความดันโลหิตสูงเป็นโรคที่รู้จักกันดี และมีความเสี่ยงในผู้ที่อายุ 35 ปีขึ้นไป อย่างไรก็ตามหลายคนยังรู้สึกว่าเป็นโรคเรื้อรังไกลตัวจึงไม่ได้ใส่ใจอะไรกับการดูแลตัวเองมากนัก เพียงวัดความดันไม่ให้สูงไปกว่าเดิม ในความเป็นจริงความดันโลหิตสูงเป็นเป็นอันตราย

โรคความดันโลหิตสูง เป็นโรคลำดับต้น ๆ ที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงในการเสียชีวิต
ค่าความดันมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ทั้งระหว่างวัน และในแต่ละวัน เพราะมีปัจจัยที่ส่งผลต่อค่าความดันหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น อารมณ์ การออกกำลังกาย อาหาร สิ่งแวดล้อม การหายใจ หรือความเจ็บปวด นอกจากนี้ อายุ เชื้อชาติ และช่วงเวลาการวัดก็มีผลต่อค่าความดันอีกด้วย การวินิจฉัยโรคความดันโลหิตจึงถูกตรวจวัดด้วยหลายวิธีด้วยกัน ทั้งอาจโดยการวัดความดันที่โรงพยาบาลหรือที่บ้าน

การวัดความดันที่บ้านได้รับความนิยมกันมากขึ้นอย่างแพร่หลายด้วยความง่าย สะดวก ทั้งนี้เครื่องวัดความดันที่เลือกใช้ควรผ่านการตรวจสอบตาม international guideline ต่างๆ ดังนี้

ผู้ที่เริ่มมีความดันโลหิตสูง ควรตรวจวัดความดันสม่ำเสมอเป็นประจำทุกเดือน และหากเสี่ยงในการเป็นความดันโลหิตสูงควรตรวจวัดอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำทุกสัปดาห์ หรือทุกวัน โดยวัดทุกวันตอนเช้าและเย็น และบันทึกข้อมูลการวัดเพื่อนำไปปรึกษาแพทย์

 

 

 

Clinical validation คืออะไร

เครื่องวัดความดันที่จะจำหน่ายออกสู่ตลาด ต้องผ่านการทำ Clinical validation ก่อน เพราะเป็นการทดสอบความแม่นยำของเครื่อง กับการใช้จริงของคนที่มีความหลากหลายทาง ค่าความดันโลหิต อายุ เพศ และโรคที่เป็น เกณฑ์การทดสอบแต่ละมาตรฐานมีเกณฑ์ที่แตกต่างกันไป 

ดูเพิ่มเติม

นอกจากนี้ผู้ที่มีภาวะความดันโลหิตสูงจะมีความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจรวมถึงโรคหลอดเหลือดและสอมงร่วมด้วย ซึ่งเป็นผลของการบีบหัวใจตัวของหัวใจที่ผิดปกติ หนึ่งในโรคดังกล่าวที่มีอุบัติการณ์มากที่สุดในคนไทย คือโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งมีสาเหตุมาจากภาวะหัวใจสั่นพริ้วทำให้มีเกิดอัมพฤกษ์ อัมพาต การเกิดภาวะดังกล่าว สามารถอธิบายได้ตามตัวอย่างวีดิโอนี้

 

 

รู้ก่อนป้องกันได้ โรคหลอดเลือดสมอง

 

 

ผลิตภัณฑ์แนะนำ

การใช้งานเทคโนโลยี AFIB กับ แผนกหัวใจโรงพยาบาลจุฬาฯ 

 

 

เทคโนโลยี Afib กับ stroke

“สมาพันธ์เฮลธ์” โหนกระแส IoT ผนึกกำลังรพ.จุฬา/CT ASIA ลดเสี่ยง STROKE

ทุกวันนี้เทคโนโลยีก้าวไปเร็วมาก องค์กรใหญ่ๆ รวมถึงภาครัฐ พากันปรับตัวขนานใหญ่เพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงใหม่ที่กำลังเกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทคโนโลยี “ไอโอที” ( Internet of Things: IoT) หรืออินเทอร์เน็ต ทุกสรรพสิ่ง ที่อุปกรณ์จะสามารถเชื่อมต่อกันได้ โดย Gartner คาดการณ์ว่าภายในปี 2020 จะมีอุปกรณ์ไอโอทีมากขึ้น 26,000 ล้านชิ้นทั่วโลก ขณะที่บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของโลกอย่าง CISCO มองว่าในปี 2020 น่าจะมีอุปกรณ์ไอโอทีมากขึ้น 50,000 ล้านชิ้น

ปัจจุบันไอโอทีได้ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายตั้งแต่การติดตั้งระบบไอโอทีในอุปกรณ์ในบ้านเรือนไปจนถึงภาคอุตสาหกรรม เช่น อุตสาหกรรมการเกษตร ใช้เทคโนโลยีไอโอทีเป็นตัวเซ็นเซอร์วัดระดับความชื้นในดินและพื้นที่เพาะปลูก ดึงข้อมูลไปโชว์บนสมาร์ทโฟน ชาวสวนจะรู้ข้อมูลทั้งหมด ธุรกิจค้าปลีก นำไอโอทีมาใช้เพื่อเพิ่มประสบการณ์ที่ดีในการเลือกซื้อสินค้าของผู้บริโภค ผ่านการ Feed ข้อมูลตรงไปยังสมาร์ทโฟนของลูกค้าที่ลงทะเบียนไว้ รวมถึงการนำไอโอที มาใช้ในกระบวนการบริหารจัดการ Supply Chain ตั้งแต่กระบวนการผลิต จัดซื้อ การขนส่ง การจัดเก็บ และการจำหน่ายอีกด้วย

อ่านเพิ่มเติม